....สงกรานต์....
*-*
www.FangCity.com

คำเตือนของพ่อ
เนื่องในเทศกาลสงกรานต์ วัดพุทธปัญญา
(ที่ระลึก ๘๘ ปี ปัญญานันทภิกขุ)
๑๙ เมษายน ๒๕๔๑
*****
พี่น้องชาวไทยที่รักทั้งหลาย

วันนี้เรามาทำพิธีสงกรานต์กัน สงกรานต์จริง ๆ เป็นวันที่ ๑๓-๑๔-๑๕ เมษายน แต่ว่าไม่สะดวก กับพี่น้องที่อยู่ที่นี่ จึงได้มาทำกันในวันที่ ๑๙ เมษายน วันไหนก็ได้ เรื่องทำความดีนั้นทำวันไหน เวลาไหน ก็ได้ทั้งนั้น วันนี้เราก็ได้มาร่วมชุมนุมกัน เพื่อทำกิจเกี่ยวกับสงกรานต์ วันสงกรานต์ก็เป็นวันปีใหม่ของไทยมา ตั้งแต่โบราณ ชาวไทยเรานั้นมีวันปีใหม่หลายวัน วันขึ้นค่ำหนึ่งเดือนเมษายนก็เป็นวันปีใหม่ ๑๔ เมษาก็เป็น วันปีใหม่ แล้วก็วันที่ ๑ ก็เป็นวันปีใหม่ตามแบบสากล ดังที่เราทำกันอยู่ทั่วไป วันสงกรานต์นั้นเรา ควรจะถือว่าเป็นวันกตัญญูกตเวที เป็นวันที่เราทั้งหลายระลึกถึงบุญคุณของบรรพบุรุษ คือปู่ตาย่ายาย ทั้งหลายทั้งปวงที่ละโลกนี้ไปแล้ว เราระลึกถึงท่านเหล่านั้นแล้วก็กระทำ ความดีเพื่ออุทิศความดีไปให้ การระลึกถึงบุญคุณของบรรพบุรุษ แล้วกระทำความดีนั้นเป็นการดำเนิน ตามรอยคำสอนของพระพุทธเจ้า เพราะพระพุทธเจ้าสอนไว้ว่า เมื่อได่เราระลึกถึงคุณงามความดีของ คนที่ทำความดีให้แก่เรา เราก็ควรจะทำความดี การทำความดีนั้นเป็นการเชื่อมโยงจิตใจระหว่างญาติ เช่น เรามาประชุมกันนี้ ก็เหมือนกับการประชุมกันระหว่างญาติ

จะได้พบปะกันสังสรรค์กินอาหารร่วมกันแล้ว ก็ทำความดีร่วมกัน ให้ทานร่วมกัน รักษาศีลร่วมกัน เจริญภาวนาร่วมกัน ฟังธรรมร่วมกันเป็นกิจกรรมระหว่างพี่น้องที่ควร กระทำกันในวันเช่นนี้ เราทั้งหลายเมื่อถึงวันสงกรานต์ควรจะได้สรงน้ำตัวเอง ไม่ใช่น้ำธรรมดา น้ำธรรมดาอาบกันทุกวันที่บ้าน แต่น้ำในที่นี้หมายถึงน้ำพระธรรม เอาศีลธรรมมาเป็น น้ำมาชำระกาย วาจาใจสะอาดปราศจากทุกข์ภัย เป็นวันที่เราควรจะได้สงบจิตสงบใจ พิจารณาตัวเอง ตักเตือนตัวเอง แก้ไขตัวเอง การพิจารณาตัวเองก็เพื่อให้รู้จักตัวเอง เตือนตัวเองก็บอกตัวเองให้รู้ว่าควรทำอะไร แก้ไขตัวเองก็คือการชำระชะล้างสิ่งไม่ดีไม่งามออกไปจากตัวเรา ออกจากกาย วาจา ใจ ของเรา ทำตัวเรา ให้ดีให้งามตามหลักคำสอนในทางพระศาสนา เรียกว่าสรงน้ำตัวเราเอง ปรกติเขาไปสรงน้ำพระ การสรงน้ำพระก็คือล้างขี้ฝุ่นออกจากพระ ปีหนึ่งก็ล้างกันทีหนึ่ง ขัดให้สะอาดเรียบร้อย ไม่ใช่ล้างแต่พระ ควรล้างสถานที่วัดวาอารามโบสถ์วิหาร เราไม่มีสถานที่มากอย่างนั้น เราก็ควรช่วยกันรักษาความสะอาด ในบริเวณให้อยู่ในสภาพเรียบร้อย ปลูกต้นไม้ ดอกไม้ให้เป็นที่ชื่นใจ สบายใจ บ้านช่องก็ต้องตกแต่ง ให้สะอาดปราศจากสิ่งโสโครก อย่างนี้เป็นการอาบน้ำความดีให้แก่ตัวเรา ให้ตัวเราปราศจาก สิ่งชั่วร้ายทางกาย ทางวาจา ทางใจ

ความชั่วทางกายก็คือ การฆ่า การเบียดเบียนผู้อื่น การลัก การขโมย การฉ้อฉนทรัพย์สมบัติของผู้อื่น การประพฤติผิดในเรื่องกามารมณ์ เป็นความชั่วทางกาย เราก็ชำระชะล้างออกไป ความชั่วทางวาจาคือการพูดโกหก คำหยาบ คำเหลวไหล คำที่ยุยงให้คนแตกกัน เป็นความชั่วทางวาจา เราก็สำรวมระวัง พูดแต่คำจริง คำอ่อนหวานสมานสามัคคี คำที่มีประโยชน์แก่ผู้ฟัง และเป็นประโยชน์แก่ผู้พูดด้วย ความชั่วทางใจก็คือกำจัดความโลภ ความโกรธ ความหลง ความริษยา พยาบาทที่มันเกิดขึ้นในจิตใจ ทำให้สภาพจิตใจเราเปลี่ยนหน้าตาดั้งเดิมไป เป็นใจที่เป็นบาป เป็นใจที่เศร้าหมอง จะเป็นบ่อย ๆ ถ้าเผลอ ถ้าประมาท ถ้าไม่เผลอไม่ประมาท เราก็ไม่เป็น เราจึงควรระมัดระวังควบคุมจิตใจให้อยู่ในสภาพเรียบร้อย การทำอย่างนี้เรียกว่าสรงน้ำธรรมให้แก่ตัวเอง
ตัวเราเองก็จะสะดวกสบายดีขึ้นไม่เสียหาย นี่ขอเตือนพี่น้องทั้งหลายในวันสงกรานต์
อีกประการหนึ่งพวกเรามีเจตน์จำนงที่จะสร้างวัดขึ้น ณ ที่ใดที่หนึ่ง กำลังแสวงหากันอยู่

หลวงพ่อใคร่จะขอเตือนว่าถ้ายังไม่มีเงินพออย่าไปซื้อเป็นอันขาด เพราะถ้าเราไปซื้อแล้วเราต้องผูกพัน เป็นหนี้เป็นสินอยู่ตลอดเวลา พระพุทธเจ้าตรัสว่า อิณา ทานัง ทุกขัง โลเก การเป็นหนี้เป็น ทุกข์ในโลก อย่าหาทุกข์ให้แก่ตัวเราเอง เขาเป็นกันอยู่หลายที่แล้วเป็นทุกข์กันอยู่ทั่วไป เราไม่ควรจะทำ เรื่องให้เป็นทุกข์ แต่เราควรสนใจในการศึกษาธรรมะ ปฏิบัติธรรมะไปก่อน รวบรวมทุนไว้ ถ้าได้ที่เหมาะ เมื่อไรก็จึงไปซื้อ อย่างน้อยก็มีทุน ๘๐ เปอร์เซ็นต์ อีก ๒๐ เปอร์เซ็นต์ก็ค่อยหาให้ต่อมันสะดวก สบาย อย่าใจร้อน การสร้างวัดอย่าสร้างแบบใจร้อน เรื่องใจร้อนนี้มันไม่ดี ทำอะไรไม่ค่อยเรียบร้อย คนไทยเราอยู่กันดี ๆ พอมีวัดขึ้นก็แตกแยกกัน แตกแยกกันเพราะความเห็น ไม่ตรงกัน แล้วต่างคน ต่างก็มีทิฏฐิมานะ มีตัวจัด มีอัตตาแรง ไม่ยอมใคร อันนั้นเป็นกิเลส เมือเกิดขึ้นแล้ว ทำให้แตกแยกแตกร้าว

เกือบทุกแห่งที่สร้างวัดในอเมริกา ทำให้คนแตกกัน ทั้งนั้น เราอย่าทำเช่นนั้น เราค่อยเป็นค่อยไป ประพฤติธรรมกันไปก่อน ฟังธรรมกันไปก่อน ขจัดกิเลส ให้มันเบา ๆ แลว้ค่อยสร้างวัดเป็นที่สำหรับพระอยู่อาศัย พระนั้นอยู่ตรงไหนก็ได้ถ้ามีที่ แต่ว่าให้คนมาฟังธรรมก็แล้วกัน พระท่านก็สบายใจที่เห็นญาติโยมพากันสนใจธรรมะ พร้อมเพรียงกัน มาฟังธรรมะ ปฏิบัติธรรมะ ละโลภ ละโกรธ ละหลงท่านก็สบายใจแล้ว เราควรสร้างวัดในตัวเราก่อน ก่อนที่จะสร้างวัดให้กายอยู่ แต่ว่าสร้างวัดให้ใจอยู่ สร้างวัดให้ใจอยู่ หมายความว่ามาศึกษาธรรมะให้ เกิดความรู้ความเข้าใจ ปลดเปลื้องความโง่ความเขลาที่มีมาก่อนหลายเรื่องหลายอย่างให้มันหมดไปเบาไป อยู่เมืองไทยนับถือพุทธศาสนาแบบคนปัญญาอ่อน แต่มาต่างประเทศแล้วก็ควรจะพัฒนา นับถือพุทธศาสนา แบบคนที่มีปัญญาแก่กล้า ไม่รับอะไรที่มันเป็นความงมงายมีอยู่ในเมืองไทยมากมาย มาใช้ที่นี่ เราขึ้นเรือบินก็ทิ้งความโง่ ความเขลา ความงมงายไว้ที่ดอนเมือง แล้วก็มาเมืองนี้ด้วยหูตาสว่าง

มีปัญญา รู้ว่าอะไรถูกอะไรผิด อะไรควร อะไรไม่ควร แล้วก็ตั้งหน้าตั้งตาศึกษาให้ลึกซึ้ง ปฏิบัติตนให้เบา กายเบาใจ การทำตนให้เบากายเบาใจนั้นเป็นการถูกต้อง กิเลสตัณหามันจะได้ลดน้อยลงไป แล้วเราก็จะอยู่กันอย่างมีความสุขความสบายตามสมควรแก่ฐานะ อันนี้เป็นเรื่องที่ควรทำก่อน ส่วนเรื่องหาสถานที่สร้างวัดนั้นค่อยเป็นค่อยไป ไม่ต้องรีบร้อน เพราะว่าอายุเราก็ยังอยู่คนละหลาย ๆ วันค่อยเป็นค่อยไป เมื่อใดมีเงินเราก็ทำ ได้สถานที่เหมาะเราจึงทำ แต่ได้ที่เหมาะไม่มีเงินเราก็ทำไม่ได้ เพราะฉะนั้นสะสมเงินกันไว้ก่อน ได้ข่าวว่าท่านถนอม ท่านบอกบุญญาติโยมคนละ ๘๘ เหรียญเพื่อ เป็นทุนสำหรับเป็นทุนสร้างวัดกันต่อไป อันนั้นเป็นการถูกต้อง เรารวมทุนกันไว้ก่อนให้ได้มาก ๆ เมื่อมีโอกาสไปพบที่ใดเหมาะ เรามีสตางค์อยู่แล้วเราก็จัดซื้อได้ แต่ถ้าไม่มีสตางค์พบที่วิเศษมันก็ซื้อไม่ได้

จึงขอแนะนำว่าอย่ารีบร้อนในการที่จะสร้าง แล้วก็อย่ารีบร้อนในการที่จะซื้อที่ดิน เช่นเราปลูกต้นไม้ ขั้นแรกก็ต้นเล็ก ๆ แล้วมันก็แตกออกมา ๆ กว่าจะเป็นดอกเป็นผล มันใช้เวลาฉันใด เราจะทำ อะไรก็ต้องใช้เวลา คิดนึกตรึกตรองปรึกษาหารือกันให้รอบคอบรอบรู้ เราจึงจะทำได้ นี่คือข้อคิดที่ฝากมา ให้ญาติโยมทั้งหลายขอให้ญาติโยมทั้งหลายได้หันหน้าเข้าหากัน ปรึกษาหารือกันในการจะจัดจะทำอะไร ให้มันถูกต้อง โดยไม่ให้ตนต้องเดือดร้อน การทำบุญนั้นอย่าทำให้ตนเองเดือดร้อน จึงจะเป็นการถูกต้อง
ในที่สุดนี้ก็ขออวยพรให้ท่านทั้งหลายอยู่ เย็น เป็นสุข มีสติ มีปัญญา ทำอะไรอย่างรอบคอบรอบรู้ ไม่ใจร้อนใจเร็ว ไม่มีอารมณ์รุนแรง ช่วยกันขจัดปัดเป่าสิ่งที่มันไม่ถูกต้องออกจากเนื้อจากตัว แล้วอยู่ด้วยสัมมาทิฏฐิ จงทั่วกันทุกๆ คนเทอญฯ

(จากเทปคำเตือนของ พระธรรมโกศาจารย์ (ปัญญานันทภิกขุ)
เนื่องในเทศกาล สงกรานต์ วัดพุทธปัญญา แคลิฟอร์เนีย์)
April 19, 1998


HOME